Oh no! Where's the JavaScript?
Your Web browser does not have JavaScript enabled or does not support JavaScript. Please enable JavaScript on your Web browser to properly view this Web site, or upgrade to a Web browser that does support JavaScript.

สถานที่สำคัญ

เมืองและสถานที่สำคัญ

กรุงเยรูซาเล็ม เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สำคัญในสมัยโบราณแห่งหนึ่งมีส่วนร่วมในชีวิต
ของพระเจ้าในเหตุการณ์สำคัญ และจะเป็นอาณาจักรที่สำคัญในอนาคต กรุงเยรูซาเล็ม
ตั้งอยู่บนยอดเขายูดาห์ ห่างจากทะเลเมดิเตอร์เรเนียนทางทิศตะวันออก 33 ไมล์


ความหมายของกรุงเยรูซาเล็ม "เมืองแห่งสันติสุข" ถึงแม้ว่าจะมีความหมายเช่นนั้น
แต่การสู้รบของสงครามที่ได้ผ่านมามีมากกว่าเมืองต่าง ๆ ในโลกบางทีอาจจะหมายถึง
เมืองที่น่าเกลียดที่สุดในโลก แต่ก็น่าจะหมายถึงเมืองที่น่ารักที่สุดด้วย


ความสำคัญ กรุงเยรูซาเล็มเป็นที่สักการะในทางศาสนาถึง 3 ศาสนา มีศาสนาคริสต์
ศาสนาอิสลาม และศาสนายูดาห์ กรุงเยรูซาเล็มได้ถูกกล่าวถึงเป็นครั้งแรกในระหว่าง
เวลาของอับราฮัมและเมลคีเซเดค (ปฐก 14 : 18) โดยใช้ชื่อว่า ซาเล็ม,
เมื่ออิสราเอลได้ครองแผ่นดินคานาอัน ในเวลานั้นเมืองเยรูซาเล็มเป็นที่อยู่อาศัย
ของคนเยบุส (วนฉ 19 : 10, 1 พศด 11 : 4 - 7) มีชื่อเรียกว่า ศิโยน ด้วย
เป็นเมืองที่กษัตริย์ดาวิดทรงตั้งกรุงเยรูซาเล็มเป็นเมืองหลวง
และได้นำหีบพระสัญญาของพระเจ้ามาที่นี่ ( 2 ซมอ 6:12-17, 1 พศด 15)

เมืองที่ดาวิดได้ยึดครองบนภูเขาโอเฟล กษัตริย์ซาโลมอนสร้างพระวิหารสวยที่สุด
บนภูเขาโมรียาห์ทางเหนือ กษัตริย์เนบูคัซเนสซาร์ได้ทำลายเมืองนี้ก่อน ค.ศ. 586
และได้กักขังชาวอิสราเอล ( 2 พกษ 25 : 1-21, 2พศด 36:15-21, ยรม 39:9-14)
กรุงเยรูซาเล็มได้ถูกยึดครองถึง 26 ครั้ง


ในสมัยของพระเยซูคริสต์กรุงเยรูซาเล็มถึงเวลาขยายการก่อสร้างด้วยอำนาจของ
กษัตริย์ เฮโรด ส่วนกำแพงเมืองปัจจุบันถูกสร้างโดยชาวตุรกีในค.ศ.1542


จากคำทำนายของพระเยซูคริสต์ (ลก 19 : 14-44, ลก 21:20-24)
กรุงเยซูเล็มถูกทำลายใน ค.ศ.70 โดยชาวโรมัน ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 1
กรุงเยรูซาเล็มและปาเลสไตน์ได้รับการสถาปนาภายใต้อาณัติของอังกฤษ ใน ค.ศ.1948
ชาวอิสราเอลได้รับเอกราช และกลายเป็นประชาชาติของตัวเอง


สถานที่น่าสนใจรอบกรุงเยรูซาเล็ม

1. มหาวิหารแห่งหินผา
2. โบสถ์ Holy Sepulcher
3. เวียโดโลโรซา ทางที่พระเยซูเจ้าทรงแบกกางเขนไปยังโกละโกธา
4. กำแพงร้องไห้
5. สระน้ำเบธไซดา
6. พระราชวังและศาลาพิพากษาของปิลาตปอนติอัส
7. ประตูดามาสกัส
8. ห้องชั้นบน
9. สุสานของกษัตริย์ดาวิด
10. โกละโกธา
11. อุโมงค์ฝังศพพระเยซูคริสต์
12. สวนเกทเสมนี
13. ภูเขามะกอกเทศ
เทลอาวีฟ เป็นเมืองแรกของชาวยิวตั้งแต่สมัยพระคัมภีร์ ก่อตั้งขึ้นในคริสตศักราช 1908
มี ครอบครัวชาวยิวอาศัยอยู่เพียงเล็กน้อยได้เข้ามาจากยัฟฟา
(ท่าเรืออารบาในสมัยโบราณ) ทั้ง 2 เมืองได้รวมกันเป็นเมืองเดียวกัน และ
ได้ปกครองตนเองใน ค.ศ.1950 จากเมืองหลวงในอิสราเอล มีเนื้อที่เป็น 2 เท่า
ตั้งแต่มีการปกครองอย่างอิสระ
จุดศูนย์กลางดั้งเดิมของเทลอาวีฟ คือ โรงกายกรรม Herzlia Gymnasium
พิพิธภัณฑ์ทางศิลปะบ้านพักนายกเทศมนตรี ถนนสายสำคัญ (อัลเลนบี โรด)
เป็นเส้นทางที่ถูกถมเสียส่วนใหญ่มีอาคารพาณิชย์มากมายและวิหารมากกว่า 400แห่ง
เทลอาวีฟเป็นศูนย์กลางแห่งมหาวิทยาลัยการศึกษามีวิทยาลัยและสถาบันต่าง ๆ
มากมายมีศูนย์กลางคมนาคมอยู่ที่นี่คือ การรถไฟ ท่าเรือ ท่าอากาศยาน การธนาคาร
การประกันภัย และเป็นจุดศูนย์กลางของการอุตสาหกรรมด้วย

ซีซารียา ซีซารียาบนทะเล
เป็นเมืองที่ถูกค้นพบ ตั้งอยู่ทางชายฝั่งทะเล
เมดิเตอร์เรเนียนระหว่างท่าเรือไฮฟาและเทลอาวีฟ ก่อตั้งเมื่อก่อน ค.ศ.250
เป็นเมืองที่มีความสำคัญเมื่อประมาณก่อน คศ.22 ภายใต้การปกครองของ
กษัตริย์เฮโรดมหาราช เป็นที่ตั้งของบ้านนายร้อยโดเนริอัส (กจ 10:1-33 )
เปโตรได้มาประกาศและพระวิญญาณบริสุทธิ์ได้เสด็จลงมา ( กจ 10:44-48)
ที่เมืองนี้เฮโรดถึงแก่ความตายมีตัวหนอนกัดกินร่างกายของท่าน (กจ 12:13 - 23)
เปาโลได้เดินทางมาหลายครั้งที่นี่ (กจ 9:30, 18:22)
เปาโลเผชิญหน้ากับเฟสตัสเฟลิคและอากริปปาที่นี่ (กจ25:13-27)
ฟิลิปได้ประกาศข่าวประเสริฐมาจนถึงเมือซีซารียา(กจ 8:40)


ยัฟฟา ยอพพา ยาโฟ เป็นมรดกส่วนหนึ่งของเผ่าดาน (ยชว 19:46)
ระหว่างสมัยกษัตริย์ซาโลมอน กลายเป็นเมืองท่าเรือของกรุงเยรูซาเล็ม
ต้นสนสีดาห์จากเลบานอนได้ถูกลอยแพมาถึงท่าเรือยัฟฟา เพื่อการก่อสร้างพระวิหาร
(2 พศด 2:16, อสร 3:7) โยนาห์ได้ลงเรือจากยัฟฟาไปทารชิช (โยนา 1:3)
ในหนังสือกิจการได้กล่าวถึง โดรคัส (ทาบิธา) ฟื้นจากความตาย
โดยการอธิษฐานของเปโตร (กจ 9:36 - 42)
ซีโมนบ้านช่างฟอกหนัง ซึ่งเปโตรได้เข้าสู่ภวังค์เห็นท้องฟ้าแหวกออกเป็นช่อง
มีอะไรอย่างหนึ่งเหมือนผ้าผืนใหญ่มีสัตว์ทุกอย่าง โดรเนลิอัสเป็นสุภาพบุรุษคนแรก
ที่บังเกิดใหม่ ซึ่งได้รับการทรงนำจากพระเจ้าเป็นผลต่อเนื่องกับเปโตรที่ได้เห็นนิมิต
(กจ9, 10)ชาวยิวจากยัฟฟาได้เคลื่อนไปทางเหนือและได้ก่อตั้ง เทลอาวีฟ ในค.ศ. 1909
ในค.ศ.1950 ยัฟฟาและเทลอาวีฟเป็นเมืองแฝด
ไฮฟา เมืองที่เกิดขึ้นระหว่างการสร้างพระวิหารครั้งที่ 2 ถูกยึดครั้งสมัย สงครามคูเสดในปี 1100 และต่อมายึดครองโดยพวกเตริกส์ในปี 1517 ปี 1868 เยอรมันมาตั้งถิ่นฐาน

ภูเขาคารเมล "เต็มด้วยทุ่งนา" มีรูปร่างคล้ายสามเหลี่ยมอยู่ห่างจากท่าเรือ
ไฮฟาทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 13 ไมล์ ภาพที่ถูกบรรยายถึงลักษณะ
ความมั่นคงรุ่งเรืองในพระคัมภีร์ (2 พศด 26:10)
มีประชากรเบาบางทางที่ลาดทิศตะวันตก และมีถ้ำที่บรรจุ วัฒนธรรมยุคหิน
ซึ่งถูกค้นพบต่อมาได้กลายเป็นที่อยู่ของพวกฤาษี
ดินแดนที่โยชูวาได้ยึดและได้ชัยชนะ (ยชว 12:22) ในสมัยโบราณเป็นสถานที่
ศักดิ์สิทธิ์ พระบาอัลของคนคานาอัน รวมทั้งรูปเคารพต่าง ๆ เป็นที่ซึ่งเอลียาห์
ได้ทำลายพระบาอัล ต่อสู้ด้วยไฟ (1พกษ 18:19 - 40)
การเข่นฆ่าพระบาอัลเกิดขึ้นที่ห้วยคีโชน เอลียาห์ได้วิ่งตามมาที่เชิงเขา หลังจากนั้น
เอลียาห์ได้อธิษฐานและสั่งคนใช้ให้ขึ้นไปภูเขามองไปทางทะเลเพื่อขอฝน
เมื่อมองดูเป็นครั้งที่ 7 เขาเห็นเมฆก้อนหนึ่ง ( 1 พกษ 18:41 - 46)
เอลียาห์ได้ทำให้บุตรชายของหญิงคนหนึ่งเป็นขึ้นมาจากความตาย ( 2 พกษ 4:25)

นาซาเร็ธ อยู่ทางใต้ของหุบเขากาลิลี อยู่กึ่งกลางระหว่างทะเลสาบกาลิลีและ
เมดิเตอร์เรเนียน ถูกกล่าวถึงเป็นครั้งแรกเมื่อครั้งที่ทูตสวรรค์มาประกาศกับนางมารี
(ลก 1:26) เป็นหมู่บ้านที่ค่อนข้างจะมืดมน ไม่เป็นที่รู้จัก จนกระทั่งพระคัมภีร์ได้บันทึก
พระกุมารเยซู (ลก 2:51,52) ที่นี่พระเยซูได้เทศนาเป็นครั้งแรก ชาวยิวไม่ต้อนรับ
พระองค์ ( ลก 4 : 16) ประชาชนค้นหาและคอยจับพระองค์ พระเยซูคริสต์กลับมา
ที่นาซาเร็ธอีกครั้งแต่ไม่ได้กระทำการอัศจรรย์มาก เพราะประชาชนไม่มีความเชื่อ
ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของ Church of Annunciation

คานา
พระเยซูทรงทำการอัศจรรย์ครั้งแรกที่หมู่บ้าน ทรงกระทำให้น้ำกลายเป็นน้ำองุ่น
(ยน 2 : 1-12, 4 : 46-54)
เมืองทิเบเรียส สร้างโดยกษัตริย์เฮโรด แอนทิพัส ในค.ศ.24 ตั้งชื่อให้เป็นเกียรติแก่
ทิเบเรียสซีซาส์ อยู่ทางทิศตะวันตกช่วงกลางตอนล่างของทะเลกาลิลี
พระเยซูได้เลี้ยงคน 5,000 คนที่นี่ (ยน 6: 1, 23, 21 : 1) เป็นเมืองหนึ่งในเก้าเมือง
ที่มีพลเมืองประมาณ 1,500 คน หรือมากกว่านั้นในสมัยพระเยซูแต่ก็ไม่ได้เป็น
เมืองนำหน้า จนกระทั่งการทำลายกรุงเยรูซาเล็ม โดยชาวโรมันในค.ศ. 70
เป็นที่ชาวปาเลสไตน์ทาลมุดถูกรวบรวม
ทะเลกาลิลี วินเนอเร็จ เยนเนซาเรท ทิเบเรียส คินเนเรท ทะเลนี้ยาว 12 ไมล์
ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล 686 ฟุต เนื่องจากความสูงของภูเขารอบทะเลสาบ
จำนวนมากทำให้อุณหภูมิแตกต่างกัน เป็นเหตุให้ดวงอาทิตย์ขึ้นเร็ว พายุรุนแรง
ทะเลสวยงามแห่งนี้มีบทบาทสำคัญต่อสาวกของพระเยซูเจ้า
พระเยซูคริสต์ทรงใช้ชีวิตในโลกรอบทะเลนี้ถึง 2 ส่วน 3 ของชีวิต พระคัมภีร์เดิมเรียกว่า
คินเนเรท (กดว34:11, ยชว 12:3) ปัจจุบันถ้าเรียกชื่อดังกล่าวก็เหมือนกัน
มีความหมายว่า "พิณ" ดูตามแผนที่รูปร่างคล้ายพิณ ต่อมาเรียกชื่อ เยนเนซาเรท
(ลก 5:1) เมื่อกษัตริย์เฮโรด แอนทิพัสสร้างทิเบเรียส ทะเลนี้จึงเป็นที่รู้จัก
และเรียกว่าทะเลทิเบเรียส (ยน 6:1, 23, 21:1) ชื่อที่รู้จักกันดีที่สุดคือ ทะเลกาลิลี
(มธ 4:18, 15:29, มก 1:16, 7:31, ยน 6:1)
พระเยซูทรงเรียกชาวประมง 4 คน คือ เปโตร แอนดรู ยากอบ และยอห์น
ที่ชายทะเลกาลิลี (มธ 4:18-22) เผ่ากาดได้ตั้งอยู่บนทะเลนี้ (ฉธบ 3:17, ยชว 13:27)
พระเยซูทรงห้ามพายุ (มธ 8:23 - 27 มก 4:35-41, ลก 8:22-25)
พระเยซูทรงดำเนินบนทะเล (มธ 14:22-23 มก 6:45-52, ยน 6:16-21)
พระเยซูทรงรักษาคนเป็นจำนวนมาก (มธ15:29-31, มก 1:29-45)
พระเยซูทรงเลี้ยงคน 5,000 คน ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของทะเล
(มธ 14:17, มก 6:52, ลก 9:16, ยน 6:11)
พระอาทิตย์ขึ้นที่ภูเขา Beatitudes เหนือที่ราบเยนเนซาเรท ทางทิศตะวันตกของ
ทะเลกาลิลีซึ่งเป็นสัญลักษณ์เมื่อพระเยซูทรงเทศนาสั่งสอนบนภูเขา (มธ 5-7)
คาเปอรนาอุม ชื่อเต็มคือ ฮิบบรู คาเปอรนาฮูม หมายถึง หมู่บ้านนาฮูมเป็นคำเดียวกับ
ภาษากรีกแต่ก็ไม่ใช่คนเดียวกับผู้เผยพระวจนะ นาฮูม เมืองนี้ไม่ได้ถูกกล่าวถึงใน
พระคัมภีร์เดิม เป็นเมืองที่มีความสำคัญในสมัยพระเยซูคริสต์ เป็นเมืองที่มีความ
สำคัญต่อชาวโรมันด้วยเพราะเป็นด่านเก็บภาษี
คาเปอรนาอุม เคยเป็นกองบัญชาการ
ของพระเยซู ดังนั้นจึงเป็นที่รู้จักกันว่า
"เมืองของพระองค์" (มธ 9:1)

ธุรกิจการประมงอยู่ทางทิศตะวันตก
เฉียงเหนือของกาลิลี ระยะทาง 4 กม:
จากจอร์แดนเข้าสู่ทะเลสาบเทลฮูมก็เป็น
ชื่อเดียวกัน เป็นที่เก็บภาษี (มธ 9:9,
17:24-27) รวมทั้งภาษีรายได้จากขบวน
พาหนะตามทางจากดามัสกัส
การขุดอุโมงค์จากเทลฮูมได้ยึดสุเหร่ายิว
ทำด้วยหินปูนที่ดีที่สุดในปาเลสไตน์ ได้รับการซ่อมแซมโดย เซนต์ ฟรานซิส
ออกัสติน แฟร์ ในศตวรรษที่ 2 และ 3 น่าจะเป็นพระวิหารเดียวกันกับ ที่พระเยซู
ได้ปรนนิบัติพระเจ้า
ที่นี่มีการอัศจรรย์เกิดขึ้นมากกว่าเมืองอื่น ๆ ตามลำดับดังนี้
1. แม่ยายของเปโตรรับการรักษา (มธ 8:14, 15)
2. บ่าวของนายร้อยรับการรักษา ( มธ 8:5 - 13)
3. ทรงรักษาคนง่อยที่หย่อนจากหลังคา (มธ 9:1 - 8)
4. ชายที่มีผีโสโครกสิง (มก 1:21-27)
5. ทรงรักษาบุตรของข้าราชการ (ยน 4:46 - 54)
6. บุตรของไยรัสฟื้นจากตาย (มธ 9:18, 19, 23- 26)
7. รักษาคนตาบอด (มธ 9:27-30)
8. รักษาคนใบ้ที่มีผีเข้า ( มธ 9:32 - 34)
รวมทั้งการรักษาคนจำนวนมาก (มธ 8:16-17) พระเยซูคืออาหารแห่งชีวิตของคน
ทั้งปวงที่ได้รับความรอด(ยน 6:24-42) ทั้ง ๆ ที่พระองค์เป็นความสว่างที่คาเปอรนาอุม
คนเหล่านั้นก็ยังอยู่ในความบาป และต้องตกในการพิพากษา (มธ 11:23 - 24,
ลก 10:15) การตัดสินนี้ได้เป็นจริงไปแล้ว และปัจจุบันไม่เป็นอย่างนั้นอีก
ทับกา พระเยซูเลี้ยงอาหารคน 5,000 คน ด้วยขนมปัง 5 ก้อนกับปลา 2 ตัว มัทธิว 14.19
แม่น้ำจอร์แดน เป็นแม่น้ำเดียวในโลกที่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล 400 ม: มีความยาว
ประมาณ 200 ไมล์ ปกคลุมพื้นที่ประมาณ 65 ไมล์ กว้างประมาณ 100 ฟุต
ที่แม่น้ำนี้มีการอัศจรรย์ของพระเจ้าหลายครั้ง (ยชว 3 : 13 - 17, 2 พกษ 2 :6 - 8 ,
2 พกษ 2 : 12 - 15) นาอามานชำระตัวให้หายจากโรคเรื้อนในแม่น้ำ 7 ครั้ง
(2 พกษ 5 : 10 - 14) เอลีชาทำให้หัวขวานลอยน้ำได้ (2 พกษ 6 : 4 - 7)
พระเยซูคริสต์ได้รับบัพติสมาในแม่น้ำนี้ (มธ 3 : 13 - 17)
เยรีโค ตั้งอยู่ในหุบเขาที่อุดมสมบูรณ์ ทางทิศเหนือของทะเลตาย และทางตะวันตก
ของแม่น้ำจอร์แดน ห่างจากกรุงเยรูซาเล็มประมาณ 17 ไมล์ เมืองนี้แบ่งเป็น 3 สมัย
สมัยเก่า สมัยใหม่ และสมัยปัจจุบัน ผู้สอดแนมเมืองเยรีโคได้การคุ้มครองจากนางราหับ
(ยชว 2 : 15 - 23) เมืองเยรีโคคือเมืองแห่งต้นปาล์ม (กดว 26 : 3, 63)
เป็นกำแพงเมืองที่ปกครองโดยกษัตริย์ (ยชว 2 : 2 - 3) โยชูวาส่งคนสอดแนม
(ยชว 2 : 1 - 15) กำแพงเมืองเยรีโค ล่มภายหลังการเดินของทหารอิสราเอล 3 รอบ
(ยชว 6 : 13 - 17,26) เป็นเมืองของเบนยามินและมนัสเสห์ (ยชว 16 : 1 - 7,
18 : 11 - 12) ศักเคียสได้รับการเปลี่ยนแปลง (ลก 19 : 1 - 27)
พระเยซูคริสต์ทรงรักษาคนของบารทิเมอัส และเพื่อนของเขา (มธ 20 : 29 - 34,
มก 10 : 46 - 52, ลก 18 : 35 - 43)
คุมราน พระคัมภีร์เก่าแก่ได้ทำให้เมืองคุมรานมีชื่อเสียง เมืองนี้ตั้งอยู่ทางทิศเหนือ
ของเอนเกดี 13 ไมล์ห่างจากเยรีโคทางทิศใต้ 10 ไมล์ ในศตวรรษที่ 1 และ 2
ชาวเมืองที่อาศัยอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของทะเลตายส่วนมากใช้ชีวิตในทางธรรม
คุมรานเป็นเมืองหนึ่งในจำนวนหลายเมือง ในฤดูร้อนปี 1947 พระคัมภีร์เก่าแก่
เดดซีสโคลได้ถูกค้นพบโดยเด็กเลี้ยงแกะคนหนึ่ง เป็นการค้นพบที่มีความสำคัญ
ต่อทางโบราณคดีมากที่สุดในศตวรรษที่ 12

เมกิดโด อมาเกโดน เป็นจุดการต่อสู้ของคนคานาอัน เมืองซึ่งมองข้ามหุบเขายิสเรเอล
โยชูวาและอิสราเอลไม่สามารถควบคุมได้ (ยชว 17 : 11-16)
ไซเซราและกองทัพของเขาพ่ายแพ้ที่นี้ (ผวฉ 12 : 1) กษัตริย์โยสิยาห์เสียชีวิตหลังจาก
ต่อสู้กับกษัตริย์แห่งอียิปต์ใกล้ที่ราบเมกิดโด (2 พศด 35 : 20-24)
กษัตริย์อาหัสห์ถูกปลงพระชนม์ (2 พกษ 9 : 27) สงครามมากมายเกิดขึ้นที่นี่
และวิวรณ์ 16:13-16 กล่าวว่าในวาระสุดท้ายจะเกิดสงครามอันยิ่งใหญ่ที่อารมาเกดโดน
ภูเขาเมกิดโด
ทะเลตาย ทะเลเกลือ ทะเลเรียน ทะเลอารบาห์ ทะเลนี้ยาว 47 ไมล์ กว้าง 10 ไมล์
ลึก 1,278 ฟุต อยู่จุดต่ำสุดของโลกประกอบด้วยแร่ 27% การระเหยของน้ำแต่ละวัน 7
ล้านตัน การระเหยนี้เกิดขึ้นภายหลังการบรรจุของแร่ความเค็มของน้ำในทะเลมีมากกว่า
ในมหาสมุทรถึง 5 เท่า ปลาจึงไม่สามารถอาศัยอยู่ได้
จำนวนสารประกอบในทะเล
โซเดียมคลอไรด์ 11,000,000,000 ตัน
แคลเซียมคลอไรด์ 7,000,000,000 ตัน
โปแตสเซียมคลอไรด์ 2,000,000,000 ตัน
แมกนีเซียมคลอไรด์ 1,000,000,000 ตัน
ในหุบเขานาเกลือ ดาวิดได้ฆ่าชาวเอโดมถึง 18,000 คน (1 พศด 18 : 12)
อามาสิยาห์ได้ประหารชีวิตชาวเอโดม 10,000 คน (2 พกษ 14 : 7, 2 พศด 25 : 11)
ในอนาคตจะเป็นสถานที่เกิดผลมากกว่าในอดีต ในสมัยพระคัมภีร์เดิม ทะเลตาย
เป็นเพียงทะเลสาบน้ำจืดขนาดเล็กก่อนที่พระเยซูจะเสด็จมาในโลก น้ำในทะเลสาบ
ได้ไหลมาจากแม่น้ำแห่งชีวิต ประกอบด้วยปลานานาพันธุ์ (อสค 47 : 7 - 12)
เบธเลเฮม (เอฟราธาห์) มีความหมายว่า "บ้านขนมปัง" อยู่ห่างจากทางใต้ของ
กรุงเยรูซาเล็ม 6 ไมล์ เมืองที่นางรูธได้พบกับโบอาส (นรธ 1 : 2 - 4)
กษัตริย์ดาวิดเกิดที่นี่และได้รับการเจิมแต่งตั้งให้เป็นกษัตริย์ (1 ซมอ 16 : 1 - 14,
17 : 12) เมื่อดาวิดถูกล้อมด้วยกองทหารชาวฟิลิสเตีย ทหารของดาวิดได้แหกค่าย
คนฟิลิสเตียเพื่อตักน้ำให้พระองค์ดื่ม (2 ซมอ 23 : 1 - 17) มีคาห์ได้ทำนายถึง
พระมาซีฮาจะเกิดที่นี่ (มคา 5: 2) พระเยซูคริสต์บังเกิดที่นี่ (มธ 1: 18 - 25,
ลก 2 : 1 - 7) คนเลี้ยงแกะได้เยี่ยมพระกุมารเยซู (ลก 2 : 8 - 20) นักปราชญ์ได้มา
นมัสการพระกุมารเยซู (มธ 2 : 1 - 12) กษัตริย์เฮโรดได้ฆ่าเด็กผู้ชาย (มธ 2 : 1 - 12)
ทูตสวรรค์มาปรากฏแก่โยเซฟ บอกให้เขาหนีไปอียิปต์ (มธ 2 : 13 - 23)
หลุมศพของราเชลอยู่ตรงทางเข้าของเบธเลเฮม ที่นี่ยาโคบได้ฝังศพภรรยาสุดที่รัก
ของเขา นางได้ถึงแก่ความตายระหว่างเดินทางมาที่เบธเลเฮม และได้ให้กำเนิดบุตร
ชื่อ เบนยามิน (ปฐก 35 : 10 - 20)
ภูเขาซีโยน หมายถึง ป้อมปราการ ครั้งหนึ่งเป็นนครที่มีกำแพงล้อมรอบเก่าแก่
อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ มุมของนครที่มีกำแพงล้อมรอบที่ซีโยนมีหลุมศพเก่าแก่
ของกษัตริย์ดาวิด ส่วนข้างบนเป็นห้องชั้นบนเชื่อว่าเป็นห้องรับประทานอาหารมื้อ
สุดท้ายของพระเยซูคริสต์ (มก 14 : 12 - 16, ลก 22 : 7 - 13) และเป็นที่รวมกัน
ของสาวก 120 คน เมื่อพระวิญญาณบริสุทธิ์เสด็จลงมาในวันเพ็นเทคศเต
(กจ 1 : 12 - 15, 2 : 1 - 4) บ้านของคายาฟาสอยู่บนภูเขานี้
ภูเขามะกอกเทศ อยู่ระหว่างกรุงเยรูซาเล็มและหุบเขากิดโรน
กษัตริย์ดาวิด ได้หนีขึ้นไปตามทางขึ้นภูเขามะกอกเทศ ระหว่างการคิดกบฏของ
อับซาโลม (2 ซอม 15 : 30) กษัตริย์ซาโลมอนสร้างรูปเคารพ ซึ่งต่อมาโยสิมาห์
ได้ทำลายสิ่งเหล่านี้ลง (2 พษก 23 : 13,14) ที่นี่เอเสเคียลได้เห็นนิมิตพระสิริของ
พระเจ้าปรากฏ (อสค 10 : 4,19 , 11 : 23) ระหว่างงานเทศกาลอยู่เพิงของวันบริสุทธิ์
เอสราได้สั่งให้ประชาชนออกไปเก็บกิ่งมะกอกเทศ (นหม 8 : 15) นิมิตของเศคาริยาห์
ภูเขามะกอกเทศถูกแยกเป็น 2 ส่วน (ศคย 14 : 4 - 8) พระเยซูคริสต์เสด็จเข้ากรุง
เยรูซาเล็มอย่างผู้พิชิตถึงภูเขามะกอกเทศ (มธ 21 : 1 - 11, มก 11 : 1 - 10,
ลก 19 : 41) ที่ซึ่งพระองค์ทรงกันแสง (ลก 19 : 41 - 44) เมื่อเสด็จเข้าไปใกล้
พระเยซูตรัสทำนายถึงการทำลายกรุง (พระวิหาร) (มก 13 : 1 - 2) การเสด็จขึ้นสู่
สวรรค์จากภูเขานี้ 40 วันหลังจากฟื้นคืนพระชนม์ (มก 16 : 19, ลก 24 : 50 - 51,
กจ 1 : 9 - 11) และที่ภูเขานี้พระเยซูจะเสด็จกลับมาอีกเพื่อจะรวบรวมอาณาจักรทั้งสิ้น
ของพระองค์ (ศคย 14)

สวนเกทเสมนี ความหมายน่าจะหมายถึงที่คั้นน้ำมัน ปัจจุบันสวนนี้ได้มีต้นมะกอกเทศ
เก่าแก่ 8 ต้น ซึ่งนักพฤกษาศาสตร์เชื่อว่ามีอายุกว่า 3,000 ปี สวนนี้อยู่บริเวณเนินเขา
มะกอกเทศ พระเยซูทรงตรัสให้สาวกของพระองค์อธิษฐาน (ลก 22 : 40) ขณะที่
สาวกหลับอยู่พระเยซูได้อธิษฐานอย่างเป็นทุกข์ (ลก 22 : 40 - 46, มก 14 : 32 - 42)
ยูดาห์ได้นำเจ้าหน้าที่และทหาร (ยน 18 : 3) และได้แสดงความยินดี ีกับพระเยซูคริสต์
ด้วยการจุมพิต (ลก 22 : 47) เปโตรได้ตัดหูของทาสคนหนึ่งของปุโรหิตพระเยซู
ทรงตำหนิเปโตรและทำการรักษาหูของนายทาสคนนั้น (ยน 18 : 10) เขาเหล่านั้น
ได้จับพระเยซูและนำพระองค์ไปยังวิหารของปุโรหิต (ยน 18 : 12 - 27) โบสถ์นานา
ชาติที่ตั้งอยู่ในสวนนี้เรียกว่า ศาลแห่งความทรมาน "หินแห่งความทรมาน" ที่พระเยซู
อธิษฐาน สิ่งที่ก่อสร้างนั้นได้รับการสนับสนุนจาก 16 ชาติรวมทั้งสหรัฐอเมริกา

ไม้กางเขน (โกละโกธา) ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของเมืองโบราณและอยู่ทางทิศเหนือของ
อุโมงค์ค์เยเรมีห์ ชาวโปเตสแตนท์ เชื่อว่าพระเยซูถูกตรึงบนไม้กางเขนที่โกละโกธา
(มธ 27 : 32 - 56, มก 15 : 21 - 24, ลก 23 : 26 - 45, ยน 19 : 16 - 37) คำพยากรณ์ถึงการวายพระชนม์พระเยซูคริสต์เจ้าเป็นจริง อุโมงค์ฝังศพของ
พระเยซูเป็นของโยเซฟชาวอาริมาเธีย (มธ 27 : 60) เป็นอุโมงค์ใหม่ (ลก 23 : 53)
หลังการสิ้นพระชนม์ของพระเยซู นิโคเดมัสและ โยเซฟชาวอาริมาเธีย ได้นำพระศพ
ของพระองค์และเอาผ้าป่านพันหุ้มไว้ และประดิษฐานไว้ในอุโมงค์ สำหรับชาวคาทอริค
เชื่อว่าอุโมงค์ฝังศพพระเยซูอยู๋ในโบสถ์ Holy Sepulcher ในกรุงเยรูซาเล็ม

เหตุการณ์สำคัญที่เกิดในกาลิลี (รอบทะเลสาบ)
1. หมู่บ้านคานา งานสมรสที่หมู่บ้านคานาที่พระเยซูเปลี่ยนน้ำเป็นเหล้าองุ่น
( ยอห์น2. 6-11)
2. ฟากแม่น้ำจอร์แดน พระเยซูได้รับบัพติศมาจากยอห์นที่แม่น้ำจอร์แดน

-
มารผจญพระเยซู เมื่อพระเยซูอยู่ที่ถิ่นทุรกันดารได้อดอาหาร
อธิษฐาน 40 วันมารซาตาน บอกว่าถ้าพระเยซูเป็นบุตรของพระเจ้า
ให้สั่งก้อนหินให้กลายเป็นอาหาร พระเยซูได้ตอบว่า มนุษย์ไม่ได้
บำรุงชีวิตด้วยอาหารสิ่งเดียว แต่บำรุงด้วยพระวจนะที่มาจากพระเจ้า
-
มารนำพระเยซูไปยังนครบริสุทธิ์แล้วให้พระเยซูกระโดดลงไป
จากยอดหลังคา พระเยซูตอบว่าอย่าทดลองพระเจ้า
-
ถ้าพระเยซูกราบมารซาตาน มารจะให้อาณาจักรที่รุ่งเรืองกับ
พระเยซู พระเยซูตอบว่าจะปรนนิบัติพระเจ้าองค์เดียว
3. การเริ่มต้นเทศนาบนภูเขา เรื่องผู้เป็นสุข
4. พระเยซูเสด็จมาที่กาลิลี และสาวกเด็ดรวงข้าวในวันสะบาโต
5. พระเยซูเลี้ยงคนห้าพันคนด้วยขนมปัง 5ก้อน และปลา 2 ตัว
6. พระเยซูได้เดินบนทะเล สาวกเห็นคิดว่าเป็นผี แต่พระเยซูบอกว่าอย่ากลัวเลย และเปโตรขอเดินบนน้ำไปหาพระเยซู
7. พระเยซู รักษาคนเจ็บ คนป่วย เขาขอแตะแค่ชายฉลองพระเยซู ด้วยความเชื่อผู้ใดแตะต้องแล้วก็หายป่วย


พันธกิจ เบธเอล ทัวร์ จำกัด
BETHEL TOUR MISSION 
Copyright © 2019

Powered by PHP-Fusion Copyright © 2021 PHP-Fusion Inc
Released as free software without warranties under GNU Affero GPL v3.

Bootstrap Theme by PHP-Fusion Inc
41,516 unique visits